เรื่องเล่าจากถนนตรีเพชร
บ่มเพาะ ฟูมฟัก ดั่งเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการดูแลจนงอกงาม ความรู้ของครูช่างถูกส่งต่อด้วยความอดทนและเวลา
ผู้สร้างสรรค์ด้วยมือและใจ ผู้มีฝีมือ มีวินัย และเข้าใจคุณค่าของงาน สืบทอดแบบแผนพร้อมต่อยอดสิ่งใหม่
ในวันที่ศิลปวัฒนธรรมตะวันตกหลั่งไหลเข้าสู่สยาม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยว่าศิลปะการช่างของไทยอาจถึงคราวเสื่อมสูญ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงสืบสานพระราชดำรินั้น เสด็จฯ ทรงเปิดโรงเรียนเมื่อวันที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๖ และพระราชทานนามว่า “โรงเรียนเพาะช่าง” — วันนี้ยังเป็นวันชุมนุมศิษย์เก่าของทุกปี
กว่าศตวรรษที่ผ่านมา เพาะช่างผ่านทั้งไฟสงคราม การย้ายที่เรียน และการเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง แต่ครูช่างและศิษย์ก็ร่วมกันรักษาทั้งวิชาและนามพระราชทานไว้ได้เสมอ ตราประจำสถาบันจึงเป็นองค์พระวิษณุกรรม บรมครูแห่งช่าง ผู้เปล่งรัศมีแห่งความรอบรู้และปัญญา
สีแดง คือเลือดของช่างที่ต้องสดใสอยู่เสมอ — อย่าให้จางจนกลายเป็นสีดำ อันเป็นสิ่งตรงข้ามกับช่าง ความหมายของสีประจำสถาบัน “แดง–ดำ” ที่สมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก ผู้บัญชาการโรงเรียนพระองค์แรก ทรงกำหนด













